วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กุหลาบขาวเชียงดา

กุหลาบขาวเชียงดาว
ชื่อพฤกษศาสตร์: Rhododendron ludwigianum Hoss.
วงศ์ : ERICACEAE
ชื่ออื่น : คำขาวเชียงดาว กุหลาบขาว

    ไม้พุ่ม สูง 1-2 เมตร ลำต้นและกิ่งคดงอ แตกกิ่งระเกะระกะจากโคต้น ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับเป็นกลุ่มที่ปลายกิ่ง รูปรีแกมรูปไข่กลับ ปลายแหลม โคนมน ขอบเรียบ ผิวใบเข้มเป็นมัน ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆ ที่ปลายกิ่ง กลีบดอกติดกันคล้ายรูประฆัง สีขาวนวล ปลายแยกเป็น 5 กลีบ โคนกลีบด้านในมีแต้มสีเหลือง ผล แห้ง รูปกระสวยปลายมน เมื่อแก่แตกได้ เมล็ดแบน ขนาดเล็กมาก มีปีกบางใส

    เขตกระจายพันธุ์และนิเวศวิทยา : พบเฉพาะที่ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ บนที่โล่ง ตามซอกหินของภูเขาหินปูน ที่ระดับความสูง 1,800-2,200 เมตร ออกดอกเดือนมีนาคม - พฤษภาคม

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กุหลาบขาว

กุหลาบขาว
ชื่อพฤกษศาสตร์: Rhododendron lyi Levl.
วงศ์ : ERICACEAE
ชื่ออื่น : ดอกสามสี ไม

    ไม้พุ่ม สูง 2-3 เมตร กิ่งอ่อนมีขนและเกล็ดสีน้ำตาล ใบเดี่ยง เรียงเวียนสลับเป็นกลุ่มที่ปลายกิ่ง รูปไข่กลับ หรือรูปขอบขนานแกมรูปรี ปลายแหลม มีติ่ง โคนสอบ ด้านหลังมีเกล็ดสีน้ำตาล ดอก สีขาวอมชมพู ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงขนาดเล็ก โคนเชื่อมกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอก 5 กลีบ เชื่อมกันคล้ายรูปแตร ปลายแยกเป็นกลีบกลม ขอบเป็นคลื่นด้านนอกมีเกล็ดปกคลุมทั่วไป ด้านในมีจุดประสีเหลือง ผล รูปรี ผิวขรุขระ เมื่อแก่แตกได้ เมล็ด จำนวนมาก ขนาดเล็ก มีปีกบาง

    เขตกระจายพันธุ์และนิเวศวิทยา : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ต่างประเทศพบที่ลาวและเวียตนาม ขอบขึ้นตามภูเขาหินทราย ในที่โล่งแจ้งตามโขดหินหรือซอกหิน ที่ระดับความสูง 1,000-1,600 เมตร มักขึ้นรวมเป็นกลุ่มใหญ่ ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม

วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

กุหลาบแดง

กุหลาบแดง
ชื่อพฤกษศาสตร์: Rhododendron simsii Planch.
วงศ์ : ERICACEAE

    ไม้พุ่ม สูง 1-3 เมตร ลำต้นและกิ่ง มีขนสีน้ำตาลแดง ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับเป็นกลุ่มที่ปลายกิ่ง รูปรี รูปไข่ รูปไข่แกมขอบขนาน รูปไข่กลับ หรือรูปใบหอกกลับ ปลายแหลมหรือมน โคนสอบแคบ มีขนสีน้ำตาล ดอก สีแดงอมส้ม มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงขนาดเล็กโคนเชื่อมกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก มีขนสีขาวหรือแดง กลีบดอก 5 กลีบ เชื่อมกันคล้ายรูปแตร ภายในมีจุดประสีแดงเข้ม ปลายแยกเป็นแฉกค่อนข้างกลม ผล รูปไข่ มีขนสีน้ำตาลแดง เมื่อแก่แตกได้ เมล็ด จำนวนมาก ขนาดเล็ก มีปีกบาน

    เขตกระจายพันธุ์และนิเวศวิทยา : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ต่างประเทศพบที่ลาวและเวียตนาม ชอบขึ้นเป็นกลุ่มๆ บนภูเขาหินทราย ใกล้ลำธารชายป่าดิบเขา ที่ระดับความสูง 1,000 - 1,600 เมตร ออกดอกเดือนมกราคม - เมษายน

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

กล้วยน้อย

กล้วยน้อย
ชื่อพฤกษศาสตร์: Xylopia vielana Pierre
วงศ์ : ANNONACEAE
ชื่ออื่น : ตาแหลว สะทาง

    ไม้ต้น สูง 10-20 เมตร เรือนยอดรูปกรวยคว่ำ กิ่งอ่อนและยอดอ่อน มีขนสั้นสีน้ำตาลอมแดง ใบเดี่ยว เรียงสลับสองข้างของกิ่งในระนาบเดียวกัน แผ่นใบรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ปลายมนถึงเรียวแหลม โคนใบมนหรือหยักเว้าเล็กน้อย ผิวใบมีขนนุ่มสั้นๆ ทั้งสองด้าน ดอก ออกเดี่ยวๆ หรือออกเป็นกระจุก 2-3 ดอก ตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ผิวด้านนอกของกลีบมีขนสีเหลืองปกคลุมหนาแน่น ผล ออกเป็นกลุ่ม รูปทรงกระบอก ผลแก่สีเหลืองอมส้ม มีเมล็ด 2-3 เมล็ด เมล็ดมีเยื่อหุ้มสีแดง

    เขตกระจายพันธุ์และนิเวศวิทยา : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงใต้ของไทย ต่างประเทศพบที่ลาวและกัมพูชา ขึ้นในป่าดิบแล้ง ที่ระดับความสูง 50-600 เมตร ออกดอกเดือนมีนาคม - พฤษภาคม ผลแก่เดือนพฤษภาคม - กันยายน

กำลังช้างสาร

กำลังช้างสาร
ชื่อพฤกษศาสตร์: Pithecellobium tenue Craib
วงศ์ : LEGUMINOSAE - MIMOSOIDEAE
ชื่ออื่น : ฮ่อสะพายควาย

    ไม้ต้นขนาดเล็กกึ่งไม้พุ่ม สูง 3-5 เมตร ลำต้นและกิ่งมีหนามทั่วไป ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงเวียนกลับ หูใบเป็นหนามแหลม ก้านและแกนช่อใบมีครีบแคบๆ มีต่อมระหว่างรอยต่อของแขนงช่อใบ ใบย่อย 1-3 คู่ ออกตรงกันข้าม รูปไข่กลับแกมรูปรี ปลายใบแหลมยาว โคนใบเบี้ยว ไม่มีก้านใบย่อย ดอกสีขาว ออกเป็นช่อโปร่งแตกแขนง ผลเป็นฝักแห้ง สีน้ำตาล ยาวถึง 20 เซนติเมตร คอดเข้าระหว่างรอยต่อของเมล็ดที่นูนออกเป็นเปลาะๆ

    เขตกระจายพันธุ์และถิ่นกำเนิด : พบในเขตจังหวัดตาก นครสวรรค์ และ กาญจนบุรี ขึ้นตามชายป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ระดับความสูง 200 - 900 เมตร ออกดอกและผลเดือน มีนาคม - มิถุนายน

วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

กฤษณา

กฤษณา
ชื่อพฤกษศาสตร์: Aquilaria crassna Pierre. ex Lec.
วงศ์ : THYMELAEACEAE
ชื่ออื่น : ไม้หอม, Eagle wood

    ไม้ต้นขนาดใหญ่ ลำต้นเปลาตรง สูง 25-40 เมตร เปลือกเรียบสีเทา ตามยอดมีขนเป็นมันคล้ายเส้นไหมสีขาว ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปรีหรือรูปไข่ ปลายเรียวแหลม โคนใบสอบมน ขอบใบเป็นคลื่น ผิวใบด้านบนสีเขียวเป็นมัน ด้านล่างสีจางกว่า ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆ ที่ปลายยอดและง่ามใบ รูประฆัง สีเขียวอ่อน ผล รูปไข่ ปลายมนกว้าง ฐานคอด

    เขตกระจายพันธุ์และนิเวศวิทยา : ภาคหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงใต้ของไทย ต่างประเทศพบที่ ลาว กัมพูชา และเวียตนาม ขึ้นในป่าดิบแล้ง ตามเชิงเขาและไหล่เขาที่ไม่ลาดชันมากนัก ที่ระดับความสูง 150-800 เมตร ออกดอกเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์

วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

แก้วมหาวัน

แก้วมหาวัน
ชื่อพฤกษศาสตร์: Michelia floribunda Fin. et Gagnep.
วงศ์ : MAGNOLIACEAE
ชื่ออื่น : จำปีน้อย

    ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 10-20 เมตร ลำต้นแตกกิ่งต่ำ เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ รูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายแหลมยาว โคนมน ขอบเรียบ ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีจางกว่าหรือมีคราบสีขาว ดอก สีขาวอมเหลืองคล้ายดอกจำปี ออกตามง่ามใบ เรียงตามกิ่งค่อนข้างดก กลิ่นหอม กลีบยาวรูปขอบขนาน ดอกตูมรูปกระสวย อยู่ภายในใบประดับใหญ่ที่มีขนสีเหลืองเป็นมันคล้ายเส้นไหมปกคลุม เกสรเพศเมียขนาดเล็กหลายอันเรียงบนแกนยาวกลางดอก ผล กลม แบน เรียงเป็นกลุ่มบนแกนยาว ไม่มีก้านผล

    เขตกระจายพันธุ์และนิเวศวิทยา : ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ต่างประเทศ พบที่พม่า จีน (ยูนาน) ลาวและเวียตนาม ขึ้นตามสันเขาและไหล่เขาในป่าดิบเขาปะปนกับกลุ่มไม้ก่อ ที่ระดับความสูง 1,100 - 2,200 เมตร ออกดอกเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์